เทศน์เช้า วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นแก้วสารพัดนึก เป็นที่พึ่งที่อาศัยของชาวพุทธ
ชาวพุทธเรานะ เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรานับถือพระพุทธศาสนา เรามีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง อย่างอื่นไม่มี อย่างอื่นที่เขาแห่แหนกันไปน่ะไม่ใช่
สิ่งที่เราเป็นชาวพุทธไง เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย ถ้าเป็นที่พึ่งที่อาศัยนะ ในชนบทเรา สมัยโบราณ การเกษตรกรรม เขาไปวัดไปวาไปจำศีล ฟังธรรม
เวลาพระบิณฑบาต ตักบาตร ได้เห็นสมณะเป็นมงคลชีวิต การได้เห็นพระ เห็นพระนะ ถึงจะเป็นสมมุติสงฆ์ๆ แต่ผ้าเหลืองนั้นมันทำให้ เห็นไหม เวลาคนที่เขาทำผิดกฎหมาย เขาไม่อยากเจอพระไง เขาบอกเจอพระแล้วเขาจะไม่ประสบความสำร็จของเขา นี่ไง เขาจะไปบูขาสิ่งที่ว่าเป็นนอกพระพุทธศาสนา
ฉะนั้น ฟังธรรมๆ ฟังธรรมรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
ถ้าคนดี เรามีกตัญญูกตเวที พ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก อยู่ในบ้านในเรือนของเรา สิ่งที่มันกระทบกระเทือนกันก็กระทบกระเทือนกันด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง ถ้ามีศีลมีธรรม เห็นไหม มีสุขก็ไม่ติดในความสุขนั้น
ทุกคนแสวงหาจะเอาความประสบความสำเร็จในชีวิต จะเอาแต่ลาภสักการะ
คนเรานะ เอาแต่กิน ไม่ขับถ่าย ตาย กินคู่กับการขับถ่าย ขับถ่าย ขับถ่ายนี้สำคัญมาก ดูสิ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ไปหาแพทย์ อุจจาระ ปัสสาวะ เขาเอาไปเทสต์เลยเป็นโรคอะไร
เหมือนกัน เราปรารถนาความสุข เกลียดความทุกข์ เวลามันทุกข์มันยากขึ้นมานี่บีบคั้น เออ! รู้ว่ากิเลส อะไรที่มันไม่พอใจนะ รู้ว่ากิเลส มันทุกข์มันยาก มันทุกข์มันยาก
แต่ธรรมะๆ ไง ถึงมีความสุขก็ไม่หลงระเริงไปกับความสุขนั้น ความสุขนั้น ของนั้นมันมาชั่วคราว ของชั่วคราวเพราะอะไร เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง สรรพสิ่งในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดคงที่ตายตัว มันแปรสภาพของมันตลอดเวลา
เราต้องฉลาด เราก็หาความสุขนี่ไง เราเกลียดความทุกข์ทั้งนั้นน่ะ จะหาความสุข แต่ความสุข เรามีธรรมะคุ้มครองดูแล
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่งเลย”
ถ้ามีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด จะเกิดสิ่งใดขึ้นมา เราก็มีสติปัญญาควบคุมดูแลของเราได้
ความสุขเป็นความปรารถนาของเราอยู่แล้ว ความทุกข์เป็นความที่เราไม่ต้องการ เราพยายามผลักไสของมัน เวลาสมุทัยๆ ตัณหาความทะยานอยาก อยากได้ อยากได้ อยากได้ กระเสือกกระสนให้เราทุกข์เรายากของเราขึ้นมา
แต่ถ้าเรามีบุญกุศลของเรา เราทำสิ่งใดประสบความสำเร็จในชีวิตของเรา นั่นก็บุญกุศลของตน ถ้ามันเป็นบาปอกุศล ทำสิ่งใด เราไม่ปรารถนาสิ่งใดเลย ไม่ต้องการพบหน้า เจอหน้าคนนี้เลย ยิ่งเจ้าหนี้ไม่อยากเจอเลย เจ้าหนี้ตามทุกวัน นี่ความทุกข์ ถ้าความทุกข์ๆ เห็นไหม
เวลาจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด ถึงจะมีความสุข เราก็ไม่หลงระเริงไปกับความสุขนั้น ถึงจะมีความทุกข์ๆ เราก็มีสติปัญญาเท่าทันของเราไง
อะไรเป็นความทุกข์ล่ะ
ทุกข์เพราะเราขาดสติ ขาดปัญญา
จะทำสิ่งใดมันต้องมีสติปัญญาว่าเราไม่ควรจะไปทำสิ่งนั้น ถ้าทำสิ่งนั้นแล้วเราต้องยอมรับความจริงไง เราต้องยอมรับความจริง ทำสิ่งนั้นแล้ว ถ้าเป็นในทางโลกนะ สุภาพบุรุษ ขอโทษ เฮ้ย! ขอโทษว่ะ กูพลาดไปแล้ว ขอโทษ แค่นี้มันเบาบางหมดนะ สิ่งที่จะเกิดการปะทะมันก็เบาบางหมด
เขาก็มีความรู้สึกของเขาทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้าขอโทษ ขอโทษเพราะอะไร นี่คืออะไร
สติไง เรามีสติปัญญาของเรา
เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด
มีธรรมเป็นที่พึ่ง มันคุ้มครองดูแลเราทั้งนั้นน่ะ ถึงจะสุขก็ไม่หลงระเริงไปกับมันไง
เวลาสิ่งที่มีความสุข เด็กๆ ไร้เดียงสามีความสุขมาก ตอนเกิด มีความสุขตอนเล็กๆ นี่แหละ พ่อแม่ให้หมดน่ะ แต่โตขึ้นเอ็งต้องล้างจานนะ เอ็งต้องหาข้าวกินเองแล้ว เวลาโตขึ้นมาต้องรับผิดชอบแล้ว
ชีวิตมันจะมีความสุขตอนเด็กๆ พอโตขึ้นมาแล้วนะ ต้องรับผิดชอบ แล้วเราก็ต้องดูแลมันใช่ไหม นี่ก็เหมือนกัน แล้วใครไม่เคยเป็น เราก็เป็น แล้วสิ่งที่เวลาเกิด บุญพาเกิด
มีลูกศิษย์ลูกหาเราเยอะแยะไป ลูกหลานเขา โอ้โฮ! พี่เลี้ยง ๗ คน ๘ คน บางคนไม่พร้อมนะ นมยังไม่มีให้กินเลย เอ็งเลือกอะไรล่ะ กรรมของสัตว์ไง เลือกไม่ได้
นี่เวลากรรมให้ผล กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เราทำสิ่งใดมา ถ้าทำสิ่งใดมา ถ้าเราเกิดแล้วนะ ขอบคุณ ขอบคุณที่ได้เกิด ขอบคุณแล้วที่พ่อแม่ดูแลมา ไม่น้อยเนื้อต่ำใจทั้งสิ้น เพราะกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา
แต่ถ้าเป็นกิเลสไง มันชกอกตีตัวนะ ไม่พอใจไปทั้งสิ้น สิทธิเสรีภาพ
สิทธิเสรีภาพ เอ็งทำอะไร เอ็งทำอะไรมา
นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย พระอรหันต์แสนกัปทั้งนั้นน่ะ พระอรหันต์แต่ละองค์ๆ ได้ทำของท่านมาเพราะอะไร เพราะทำแล้วมันมีสัจจะ มีสติสัมปชัญญะ ไม่ทำตัวเหลวไหล ไม่ทำตัวให้ตกไปในที่ต่ำ พยายามทำตัวเองให้สูงขึ้น สูงขึ้นในศีลในธรรม เพราะเขามีสติปัญญาของเขา
แต่โลกมองไปว่าความทุกข์ไง อย่างเช่น ไอ้พวกไปวัดๆ มีปัญหาทั้งนั้นน่ะ
มีสิ ก็มันมีกิเลสไง มีสิ ก็มันมีทุกข์น่ะ ไปวัดไปวานี่นักปราชญ์
อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา
เราคบบัณฑิตๆ ไง ไปวัดไปวาเราปรับทุกข์กัน คนที่ไปวัด เรามีสิ่งใดเราปรึกษาหารือกัน นี่ไง คบบัณฑิตไง
ไอ้พวกที่มีความสุขๆ มันก็พาไปสำมะเลเทเมาของมัน สำมะเลเทเมามันก็ก่อหนี้ สร้างทุกข์ สร้างสุขภาพให้เสียหาย ร้อยแปดพันเก้า มันว่ามันมีความสุขนะ ไอ้พวกไปวัดไอ้พวกมีปัญหา
มีปัญหาเพราะสรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง มันมีของมันอยู่แล้ว แต่เรามีสติปัญญาของเราไง ถ้ามีสติปัญญา เราไปวัดไปวาขึ้นมา รดน้ำพรวนดิน ไม่ทิ้งหัวใจของตน
สิ่งที่มีค่าที่สุดไง ถ้าประสบความสุข เราก็ไม่หลงระเริงไปกับมัน ประสบความทุกข์ เราก็แก้ไขของเราเพื่อรักษาหัวใจดวงนี้
ถ้าหัวใจดวงนี้ เวลามันมีสติปัญญาของมัน ชีวิตนี้คืออะไร ใครให้เกิด พ่อแม่เกิดด้วยเวรด้วยกรรมทั้งสิ้น จริงๆ เราเกิดเองทั้งนั้นน่ะ เราเกิดด้วยผลกรรม กรรมมันพาเกิด
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเทพบุตรอยู่บนดาวดึงส์ไง รอเวลาจะมาจุติไง จุติในครรภ์ของมหามายาไง เวลาคลอดเจ้าชายสิทธัตถะแล้วสิ้นชีวิตไง เพราะท้องนี้เป็นท้องของเจ้าชายสิทธัตถะ เป็นท้องของพระโพธิสัตว์ ไม่มีใครจะได้อยู่ในท้องนี้เหมือนกัน ไม่มี
บุญพาเกิด แต่เกิดมาก็ยังทุกข์ไง ทุกข์ก็ไปแสวงหา ไปเที่ยวสวนเห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันต้องมีฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ไม่มีใครทำให้ใครได้ เพราะอะไร เพราะเราเกิดมา อวิชชา เรามีมาร เราต้องพยายามทำมารในหัวใจเราให้สิ้นไปด้วยมรรคญาณ ด้วยทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มีศาสนาเดียว ศาสนาอื่นมีแต่เขาประทานให้ พระเจ้าคุ้มครอง พระเจ้าดูแล
พระพุทธเจ้าไม่มี ธรรมคุ้มครอง ธรรมคือศีล สมาธิ ปัญญาคุ้มครอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ ไม่มี มีแต่บุญและบาป สิทธิพิเศษเพราะบุญของเขา เขาสร้างคุณงามความดีของเขาถึงเป็นจริตเป็นนิสัย จริต จริตนิสัย ทัศนคติที่มันเกิด นั่นแหละบุญของเขา
แต่ถ้าเป็นบาปอกุศลนะ ชกอกตีตัวอยู่นั่นน่ะ ไม่เสมอภาค พ่อแม่ไม่รัก
ไอ้พ่อแม่ไม่รักนี่เยอะเลยนะ ใครๆ มาปรับทุกข์ ลูกศิษย์ลูกหานะ บอกคิดถึงตอนเด็กๆ ว่าพ่อแม่ไม่รัก ประชดประชันตัวเองทั้งนั้นน่ะ ตอนนี้มาบวชเป็นพระ เขาพยายามฝึกฝนของเขาอยู่ แต่ตอนเด็กๆ เขามีความคิดอย่างนี้ ทุกคนบอกพ่อแม่ไม่รัก พ่อแม่ไม่รัก
แปลก เราไม่เคยคิดอย่างนี้เลยนะ ช่วยตัวเองทั้งนั้นน่ะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ให้เกิดมาเป็นคน ขอบคุณครับ ดูแลเลี้ยงมาก็ขอบพระคุณสูงๆ เวลาไปหาครูบาอาจารย์นะ พ่อแม่ครูจารย์น่ะ
เวลาหลวงตาพระมหาบัว เราอยู่กับท่าน เวลาวันไหนวันพระ วันโกน อู้ฮู! ของนี่เต็มเลย ท่านจะพูดทุกวันเลย ตอนอยู่กับหลวงปู่มั่น บิณฑบาตมาได้น้ำพริกมาถ้วยเดียว พระ ๗–๘ องค์ไม่พอกัน ใส่กะลา เอาน้ำคนๆๆ แล้วก็ตักให้องค์ละช้อนๆ ให้มันเท่ากัน
นี่ไง พ่อแม่ครูจารย์ เลี้ยงดูด้วยปัจจัย ๔ ไม่มีก็แบ่งปันกัน ทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน แล้วไม่มีการลำเอียง แล้วถ้าครูบาอาจารย์เป็นธรรม มันไม่น้อยเนื้อต่ำใจใครทั้งสิ้น
เราเห็นแล้วครูบาอาจารย์เราเป็นธรรม ได้สิ่งใดมา ลูกศิษย์ก่อน หลวงตาพระมหาบัวแจกอาหารแจกจากท้ายแถวขึ้นมา ไม่มีใครเคยทำ มีหลวงตาพระมหาบัว ของนี่ให้ท้ายแถวตักก่อน แล้วย้อนกลับมา นั่นน่ะคือคติธรรม คืออบรมบ่มเพาะสั่งสอนไว้
นี่ไง พ่อแม่ครูจารย์ พ่อแม่ครูจารย์ไง
เราเกิดมาจากพ่อจากแม่ พ่อแม่ก็เลี้ยงดูมาโดยสายเลือด บวชมาเป็นพระมีครูมีอาจารย์ที่ดีงามขึ้นมา คุ้มครองดูแลหัวใจ หัวใจมันดื้อมันด้าน มันดิ้นมันรน มันพลิกมันแพลง นั่นแหละร้ายกาจนัก
แก้จิตๆ ไง พระพุทธศาสนาไง ไปอ้อนวอนจากใคร เทวดา พรหมองค์ไหนจะทำให้บรรลุนิพพาน ใครบ้างที่จะยัดเยียดความสามารถให้ในจิตของตน ถ้ามันไม่ทำขึ้นมา มันไม่มีความรู้ขึ้นมา มันจะเป็นคนดีขึ้นมาได้อย่างไร
ถ้าคนดีขึ้นมา เราไม่ขว้างทิ้งหัวใจเราไปไง
เราเกิดมาโลกนี้ โลก ปัจจัยเครื่องอาศัยเราก็อยู่กับเขา แต่ถ้าเรามีสติปัญญาขึ้นมา เราจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาในหัวใจของตน ถ้าฝึกหัดปฏิบัติหัวใจของตน พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง ทำความสงบของใจเข้ามาให้ได้
พุทโธๆ เขาทั้งเหยียดหยาม ทั้งดูถูก ไปสำมะเลเทเมานะ ให้เขาหลอกนั่นน่ะยอดเยี่ยม ว่างๆ ว่างๆ
แต่หลวงปู่มั่น พุทโธ อย่าทิ้งผู้รู้ หัวใจของตน พุทธะ อย่าทิ้งผู้รู้ เพราะผู้รู้นั้นเป็นผู้กำหนดพุทโธ พุทโธนี้เป็นชื่อ ถ้าเป็นชื่อคือเป็นนาม เวลามันถึงพุทโธแล้ว พุทโธจนมันพุทโธไม่ได้ ถึงตัวของจิต เห็นไหม
อย่าทิ้งผู้รู้ อย่าทิ้งพุทโธ อย่าทิ้งตัวเอง
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าเชื่อให้ใครหลอก ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ แล้วไอ้พวกนักล่าๆ ลัดง่าย ลัดสั้น ปฏิบัติแล้วบรรลุธรรม
พระพุทธศาสนาสอนอย่างนั้นหรือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนอย่างนั้นหรือเปล่า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนทางสายกลางในพระพุทธศาสนา อัตตกิลมถานุโยค ทำให้ตนลำบากเปล่าก็ไม่เอา กามสุขัลลิกานุโยค นู่นก็ได้ นี่ก็ดี ติดหมดน่ะ
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ให้เป็นข้อเท็จจริงด้วยอำนาจวาสนาของตน
ขิปปาภิญญา ผู้ที่ฟังธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนเดียวเป็นพระอรหันต์เลย เพราะเขาได้สร้างบุญสร้างกุศลของเขามา ทุคตะเข็ญใจเป็นพระอรหันต์นะ ไม่เคยฉันข้าวอิ่มเลย
เราชอบมาก อยู่ในพระไตรปิฎกไปอ่านเจอ
ไปบิณฑบาตที่ไหนก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นพระอรหันต์นะ ร่ำลือจนพระสารีบุตรไปเยี่ยม พระสารีบุตรไปพิสูจน์ พิสูจน์ว่า แก้ไขอย่างไร วันนี้ไปบิณฑบาต เขาก็ใส่บาตรข้างหน้า ข้างหลังอด ไม่มี พระสารีบุตรก็แก้ให้ไปอยู่ข้างหน้า วันนี้ไอ้คนใส่บาตรเขาก็เป็นธรรมนะ เมื่อวานใส่บาตรข้างหน้า ข้างหลังไม่ได้ใส่ วันนี้ข้างหน้าไม่ใส่ ใส่ข้างหลัง ไอ้ไปอยู่ข้างหน้าก็อดอีก นี่คือพิสูจน์ถึงกรรมของคนไง
พระสารีบุตรถึงจับบาตรไว้เลยนะ วันนั้นบิณฑบาตมาเป็นของพระสารีบุตร อ้าว! ฉัน ฉันอิ่มวันนั้น
คนเราเกิดมาไม่เคยฉันข้าวอิ่มสักหนเดียว หิวตลอดชีวิต ทุกข์ไหม วันนั้นฉันข้าวอิ่มมื้อแรก แล้วก็นิพพานวันนั้นเลย
นี่ไง เวลาคนที่มั่งมีศรีสุข นี่คือกรรมนะ เราเชื่อเรื่องกรรม ฉะนั้น เวลาอะไรเกิดขึ้น ยิ้ม กูทำเอง ใครจะด่าก็เชิญตามสบาย ถ้าใครชมไม่เอา มันไร้สาระ ถ้าใครด่า เชิญตามสบาย กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม นี่ไง กูทำเอง กูทำให้เขาหมั่นไส้ กูไปขวางหูขวางตาเขา
แต่ก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมๆ เตือนตัวเองไง เวลาหลวงปู่มั่นลงมาจากเชียงใหม่ เทศน์ทิ้งท้ายไว้มุตโตทัย พระบอกเลย หลวงปู่มั่นก็เทศน์เรื่องชีวิตเรานี่แหละ เทศน์เรื่องของเรานี่แหละ อารมณ์เรานี่แหละ แต่เราไม่เคยคิดเลยไง
หลวงปู่มั่นเทศน์มุตโตทัย คือเทศน์เรื่องดวงใจ
นี่เหมือนกัน ครูบาอาจารย์ที่เทศนาว่าการ เขาก็เตือนเอ็งนั่นแหละ แต่เอ็งคิดได้ไม่ได้ล่ะ ถ้าคิดได้เป็นขุมทรัพย์ ถ้าคิดได้นะ เป็นขุมทรัพย์ ถ้าคิดไม่ได้นะ โอ๋ย! หมั่นไส้ น่าขยะแขยง
ก็กรรมของสัตว์ กูทำเอง ใครจะหมั่นไส้ก็เรื่องของเขา เพราะต้องพูดความจริง
เขาบอกความจริงมีหนึ่งเดียว เหมือนกัน การฝึกหัดประพฤติปฏิบัติข้อเท็จจริงไง
ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจของเรา กาลามสูตร ห้ามเชื่อ อย่าเชื่อแม้แต่อาจารย์ของเรา ฟังธรรมๆ เพื่อเจริญศรัทธา แต่เสร็จแล้วเราต้องทำเอง
กูไม่เชื่อ ต้องให้เป็นจริง ถ้าเป็นจริง เออ! ใช่อันเดียวกัน แสดงว่าอาจารย์นี้พูดถูกต้อง
แต่ถ้าเราทำจริง เฮ้ย! เฮ้ย! มึงพูดไปอย่างหนึ่ง เวลากูเป็น เป็นอีกอย่างหนึ่ง แสดงว่าอาจารย์ทำไม่เป็น โกหก
กาลามสูตร ห้ามเชื่อ ไปวิเคราะห์ วิจัย พิสูจน์ให้เป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาในหัวใจ
ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้นะ หัวใจที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วสมมุติไง ตั้งชื่อให้เป็นพระ ก. แล้วจิตล่ะ จิตเป็นอะไร
เวลาครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติไง อริยทรัพย์ ทรัพย์ที่เป็นความจริงนะ จิตมันเป็นพุทธะ จิตมันเป็นอริยบุคคล จิตบุคคล ๔ คู่ มันบริหารจัดการขึ้นมา มหัศจรรย์ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ เอวัง